บริษัทจัดอบรมการนำเสนอที่ดีต้องมี 10 ข้อนี้ครบ ตั้งแต่ประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมใกล้เคียง หลักสูตรที่ปรับตามบรีฟ วิทยากรที่มีเคสวัดผลได้ ไปจนถึงเงื่อนไขหลังจบคลาส เช็กลิสต์นี้ช่วย HR คัดกรองก่อนขอใบเสนอราคา ลดความเสี่ยงที่จะจ่ายเงินแล้วได้หลักสูตรที่ไม่ตรงปัญหาจริงของทีมค่ะ
ฝ่าย HR ที่ต้องหาบริษัทจัดอบรมมักเจอปัญหาเดิม เสิร์ชแล้วเจอผู้ให้บริการเป็นสิบราย แต่ไม่รู้จะเทียบกันตรงไหนนอกจากราคา บางบริษัทพรีเซนต์สวยแต่พอสอนจริงกลับใช้สไลด์เดิมกับทุกลูกค้า ทำให้พนักงานรู้สึกว่าเสียเวลาทั้งวัน อาจารย์เจอเคสแบบนี้บ่อยมากตอนคุยกับ HR ที่เคยผิดหวังจากผู้ให้บริการรายก่อนมาแล้วค่ะ
ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการตั้งเกณฑ์ก่อนคุยกับผู้ให้บริการทุกราย เช็กลิสต์ 10 ข้อด้านล่างสรุปจากคำถามที่ HR ควรถามก่อนเซ็นสัญญาจัดอบรมการนำเสนอทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรขนาดเล็กครึ่งวันหรือโปรแกรมต่อเนื่องหลายเดือน
Checklist 10 ข้อ เลือกบริษัทจัดอบรมการนำเสนอ

- มีเคสลูกค้าจริงในอุตสาหกรรมใกล้เคียงหรือไม่ ขอดูชื่อบริษัทหรือประเภทธุรกิจที่เคยอบรมมาก่อน ไม่ใช่แค่โลโก้ในเว็บ
- เก็บบรีฟปัญหาก่อนออกแบบเนื้อหาหรือไม่ บริษัทที่ดีจะถามปัญหาหน้างานจริงก่อนเริ่มเขียนสไลด์สอน ไม่ใช่ส่งหลักสูตรสำเร็จรูปทันที
- วิทยากรมีพื้นเพสายไหน เคยฝึกพูดหรือพรีเซนต์งานจริงในองค์กร ไม่ใช่แค่จบสายฝึกอบรมอย่างเดียว
- สัดส่วน Workshop ต่อการบรรยาย หลักสูตรที่ดีควรมี Workshop ลงมือฝึกอย่างน้อยครึ่งเวลา ไม่ใช่นั่งฟังทั้งวัน
- มีตัวอย่าง Course Outline ที่ปรับสำหรับลูกค้าจริงให้ดูก่อน ไม่ใช่แค่หัวข้อกว้างๆ ในโบรชัวร์
- วัดผลหลังจบคลาสอย่างไร ควรมีแบบประเมินพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่แบบสำรวจความพึงพอใจ
- จำนวนผู้เรียนต่อรอบเหมาะสมไหม คลาส Workshop ที่มีคนเกิน 30 คนต่อวิทยากร 1 คน มักไม่มีเวลาโค้ชรายคน
- มีระบบติดตามผลหลังคลาสหรือไม่ เช่น การบ้านฝึกพูด หรือ Follow-up หลังผ่านไป 1 เดือน
- เงื่อนไขสัญญาชัดเจนแค่ไหน ราคารวมอะไรบ้าง มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงหรือไม่ เช่น ค่าเอกสารหรือค่าเดินทาง
- พาร์ทเนอร์หรือหลักสูตรต้นทางมีที่มาน่าเชื่อถือหรือไม่ หลักสูตรที่อ้างอิงกรอบความคิดจากต่างประเทศควรตรวจสอบว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางการจริงหรือไม่
ทำไมต้องเช็คให้ครบก่อนเซ็นสัญญาจัดอบรมการนำเสนอ

งบอบรมพนักงานส่วนใหญ่อนุมัติได้ปีละครั้ง ถ้าเลือกผู้ให้บริการผิดตั้งแต่ต้น ทีมจะไม่มีโอกาสแก้ตัวจนกว่าจะถึงรอบงบปีถัดไป การเสียเวลาพนักงานทั้งวันไปกับหลักสูตรที่ไม่ตรงปัญหา คือต้นทุนที่มองไม่เห็นในใบเสนอราคาแต่กระทบทีมจริงนะคะ
อีกประเด็นที่ HR มักมองข้ามคือความต่อเนื่องของผลลัพธ์ อบรมการนำเสนอที่ดีไม่ควรจบแค่วันเดียวแล้วจบกัน ควรมีการติดตามว่าเนื้อหาที่สอนถูกนำไปใช้จริงในการประชุมหรือพรีเซนต์งานครั้งต่อไปหรือไม่
สัญญาณเตือนว่าบริษัทจัดอบรมไม่เหมาะกับทีมคุณ

| สัญญาณเตือน | ความเสี่ยงที่ตามมา |
|---|---|
| ไม่ถามบรีฟปัญหาก่อนเสนอราคา | ได้หลักสูตรสำเร็จรูปที่ไม่ตรงปัญหาทีม |
| ใช้สไลด์เดิมทุกลูกค้าที่เคยอบรม | พนักงานรู้สึกเหมือนฟังบรรยายทั่วไป ไม่เกี่ยวกับงานตัวเอง |
| ไม่มีแบบวัดผลหลังคลาส | ประเมิน ROI งบอบรมปีนี้ไม่ได้เลย |
| ราคาต่ำผิดปกติเทียบตลาด | มักตัดชั่วโมง Workshop หรือใช้วิทยากรผู้ช่วยแทนตัวจริง |
Betterpitch ผ่านเช็กลิสต์นี้อย่างไร

อาจารย์กับทีมก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2018 เป็นพันธมิตรทางการหนึ่งเดียวในไทยของ Kamari Business Presentation จากญี่ปุ่น ผ่านการอบรมให้องค์กรมาแล้วกว่า 100 แห่ง รวมถึงบริษัทในกลุ่ม SET100 หลักสูตรของเราวางอยู่บนกรอบ THINK TURN TELL ที่เน้นให้ผู้เรียนคิดโครงสร้างก่อนพูด ไม่ใช่ท่องจำสคริปต์ค่ะ
ก่อนออกแบบหลักสูตรทุกครั้ง ทีมเราเก็บบรีฟปัญหาจริงจากหัวหน้าทีมก่อนเสมอ ไม่ใช่ส่งสไลด์สำเร็จรูปให้ทันที Workshop ในคลาสของเราเน้นให้ผู้เรียนฝึกพรีเซนต์จากงานจริงที่ทำอยู่ ไม่ใช่โจทย์สมมติที่ไม่เกี่ยวกับงาน
วิธีใช้เช็กลิสต์นี้คุยกับผู้ให้บริการแต่ละรายให้ได้คำตอบตรงประเด็น

แนะนำให้ปรินต์เช็กลิสต์ 10 ข้อนี้ออกมาเป็นแบบฟอร์มเดียวกัน แล้วใช้ถามผู้ให้บริการทุกรายในคำถามชุดเดียวกัน เพื่อให้เทียบคำตอบได้แบบตรงไปตรงมา ไม่ใช่ฟังแต่ละรายพรีเซนต์จุดแข็งของตัวเองแล้วเทียบยาก ลองปรินต์ไปคุยกับผู้ให้บริการดูนะคะ จะเห็นความต่างชัดกว่าคุยปากเปล่าเยอะเลยค่ะ
จากประสบการณ์จริงที่ทีม Betterpitch เจอตอนคุยกับ HR หลายองค์กร จุดที่ทำให้ตัดสินใจง่ายที่สุดคือขอให้ผู้ให้บริการตอบเป็นลายลักษณ์อักษรในอีเมลแทนการพูดปากเปล่าในที่ประชุม แบบแรกที่ฟังปากเปล่าอย่างเดียวมักตัดสินใจยาก เพราะทุกรายพรีเซนต์จุดแข็งของตัวเองได้ดีพอกัน แต่พอให้เขียนตอบเป็นลายลักษณ์อักษร คำตอบมักสะท้อนความชัดเจนของกระบวนการทำงานจริงมากกว่าคำพูดที่ฟังดูดีตอนพรีเซนต์ขาย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกบริษัทจัดอบรมการนำเสนอ

อบรมการนำเสนอ ควรใช้เวลากี่ชั่วโมงถึงจะเห็นผล
หลักสูตรครึ่งวันเหมาะกับการปูพื้นฐานให้ทั้งทีมเข้าใจโครงสร้างการพูดร่วมกัน ส่วนหลักสูตรที่ต้องการฝึกลงลึกถึงขั้นโค้ชรายบุคคล มักใช้เวลาอย่างน้อย 1 วันเต็มขึ้นไป เพื่อให้มีเวลา Workshop และรับฟีดแบ็กจริงเพียงพอค่ะ
บริษัทจัดอบรมกับวิทยากรอิสระ ต่างกันอย่างไร
บริษัทจัดอบรมมักมีทีมออกแบบหลักสูตร ทีมประสานงาน และวิทยากรสำรองรองรับหลายรูปแบบธุรกิจ ส่วนวิทยากรอิสระอาจถนัดเฉพาะสไตล์เดียว การเลือกขึ้นอยู่กับว่าทีมต้องการความยืดหยุ่นด้านตารางเวลาหรือความหลากหลายของโครงสร้างหลักสูตรมากกว่ากัน
ถ้างบจำกัด ควรตัดข้อไหนในเช็กลิสต์ 10 ข้อได้บ้าง
ข้อที่ตัดได้ยากที่สุดคือการเก็บบรีฟปัญหาก่อนออกแบบเนื้อหาและสัดส่วน Workshop เพราะสองข้อนี้กระทบผลลัพธ์โดยตรง ส่วนเรื่องรูปแบบเอกสารหรือของแถมเสริมเป็นสิ่งที่ปรับลดได้ก่อนหากงบมีจำกัด
ควรขอใบเสนอราคาจากกี่บริษัทก่อนตัดสินใจ
แนะนำให้เทียบอย่างน้อย 3 ราย เพื่อเห็นช่วงราคาตลาดและวิธีออกแบบหลักสูตรที่ต่างกัน แต่ควรใช้เช็กลิสต์เดียวกันถามทุกรายเพื่อเทียบแบบยุติธรรม ไม่ใช่เทียบแค่ตัวเลขราคาอย่างเดียวนะคะ
เลือกบริษัทจัดอบรมการนำเสนอให้คุ้มค่าที่สุด เริ่มจากถามคำถามในเช็กลิสต์นี้ทุกข้อก่อนขอใบเสนอราคา ไม่ใช่ตัดสินใจจากราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียว ทีมที่เก็บบรีฟปัญหาจริงและมี Workshop เข้มข้นมักให้ผลลัพธ์ที่ทีมนำไปใช้ต่อได้จริงมากกว่าค่ะ
