วิธีเลือกหลักสูตร Data Storytelling สำหรับองค์กร ปี 2026 (THINK TURN TELL) | Betterpitch

องค์ประกอบที่หลักสูตรอบรม Data Storytelling สำหรับองค์กรต้องมี ตามกรอบ THINK TURN TELL พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับทีม

บอร์ดประชุมหลายบริษัทเจอปัญหาเดิม ทีมเอาข้อมูลมาเสนอเยอะมาก แต่ผู้บริหารฟังจบแล้วยังไม่รู้ว่าต้องตัดสินใจอะไร ตัวเลขถูกต้องทุกตัว กราฟสวยทุกแผ่น แต่เรื่องราวที่ควรจะเชื่อมโยงกันหายไปกลางทาง อาจารย์เจอเคสแบบนี้บ่อยมากตอนไปนั่งฟังทีมซ้อมพรีเซนต์ก่อนเข้าบอร์ดจริงค่ะ

คำตอบโดยสรุป

หลักสูตร Data Storytelling สำหรับองค์กรที่ดีต้องมี 3 ส่วนหลัก คือกรอบคิดเล่าเรื่องด้วยข้อมูล (เช่น THINK TURN TELL) เวิร์กช็อปฝึกจากข้อมูลจริงของบริษัท และการฝึกนำเสนอต่อหน้าผู้ฟังจริงพร้อมฟีดแบ็ก ขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไป ทีมจะกลับไปเล่าข้อมูลแบบเดิมหลังจบคลาสค่ะ

หลักสูตร Data Storytelling สำหรับองค์กร คืออะไร

ผู้เรียนฝึกแปลงตัวเลขเป็นเรื่องราวในคลาสหลักสูตร Data Storytelling สำหรับองค์กร

หลักสูตร Data Storytelling สำหรับองค์กร คือการฝึกให้พนักงานแปลงตัวเลขและกราฟให้กลายเป็นเรื่องราวที่ผู้ฟังตัดสินใจต่อได้ทันที ต่างจากการอบรม Excel หรือ Data Visualization ทั่วไปที่เน้นแค่การทำกราฟให้สวย เพราะ Data Storytelling ต้องเชื่อมโยงตัวเลขเข้ากับสิ่งที่ผู้ฟังต้องตัดสินใจ ไม่ใช่แค่แสดงข้อมูลให้ครบ

หลายองค์กรมีทีมที่ทำกราฟเก่งอยู่แล้ว แต่ยังขาดทักษะจัดลำดับเรื่องเพื่อนำไปสู่บทสรุปที่ชัดเจน หลักสูตรนี้จึงเน้นสอนโครงสร้างการเล่าเรื่องคู่กับข้อมูล มากกว่าสอนแค่เครื่องมือทำกราฟนะคะ

องค์ประกอบที่หลักสูตรต้องมี ตามกรอบ THINK TURN TELL

กระดานสอนกรอบ THINK TURN TELL ในคลาสอบรม Data Storytelling ของ Betterpitch

Betterpitch วางหลักสูตร Data Storytelling บนกรอบ THINK TURN TELL ซึ่งเป็นหลักสูตรจาก Kamari Business Presentation ประเทศญี่ปุ่น ที่เราเป็นพันธมิตรทางการหนึ่งเดียวในไทย แบ่งเป็น 3 ขั้นตอนที่ต้องฝึกครบ ไม่ใช่แค่เลือกฝึกขั้นตอนเดียว

  • THINK ฝึกคิดโครงสร้างก่อนพูด เริ่มจากตั้งคำถามว่าข้อมูลชุดนี้ต้องการให้ผู้ฟังตัดสินใจอะไร ไม่ใช่เริ่มจากเปิดกราฟแล้วเล่าไปเรื่อยๆ
  • TURN ฝึกเปลี่ยนมุมมองข้อมูลให้ตรงกับสิ่งที่ผู้ฟังสนใจ เช่น ผู้บริหารสนใจผลกระทบต่อกำไร มากกว่ารายละเอียดขั้นตอนการเก็บข้อมูล
  • TELL ฝึกนำเสนอให้กระชับ จบด้วยข้อเสนอที่ตัดสินใจได้ทันที ไม่ใช่จบด้วยการอ่านสรุปตัวเลขซ้ำอีกครั้ง

หลักสูตรที่ดีต้องให้ผู้เรียนฝึกทั้ง 3 ขั้นตอนนี้ด้วยข้อมูลจริงของบริษัทตัวเอง ไม่ใช่ข้อมูลตัวอย่างที่ไม่เกี่ยวกับงาน เพราะการฝึกกับเคสจริงจะทำให้พนักงานเห็นภาพว่าจะนำไปใช้ในการประชุมจริงได้อย่างไรค่ะ

หลักสูตรที่ดีต้องมี Workshop จากข้อมูลจริงของบริษัท

ทีมพนักงานทำ Workshop เล่าเรื่องจากข้อมูลจริงของบริษัทในคลาสอบรม

จุดที่แยกหลักสูตรดีกับหลักสูตรทั่วไปออกจากกันชัดเจนที่สุดคือ Workshop วิทยากรที่ดีจะขอให้ทีมส่งชุดข้อมูลหรือรายงานที่ใช้จริงในบริษัทมาก่อนวันอบรม แล้วให้ผู้เรียนฝึกเล่าเรื่องจากข้อมูลชุดนั้นจริง แทนที่จะใช้เคสตัวอย่างสำเร็จรูป

ลองดูความต่างแบบนี้นะคะ หลักสูตรทั่วไปที่ใช้เคสตัวอย่างสำเร็จรูป ผู้เรียนมักฟังเข้าใจในห้องแต่พอกลับไปทำงานจริงกลับแปลงความรู้มาใช้ไม่ถูก เพราะข้อมูลในห้องเรียนไม่เหมือนข้อมูลที่ต้องเจอจริง แต่พอปรับมาฝึกกับชุดข้อมูลหรือรายงานที่ทีมใช้จริง ผู้เรียนกลับไปใช้ทักษะได้ทันทีในรายงานประจำเดือนหรือการประชุมบอร์ดครั้งถัดไป ไม่ต้องแปลงความรู้จากเคสสมมติมาใช้กับงานจริงอีกขั้นตอนหนึ่งค่ะ

เลือกหลักสูตร Data Storytelling อย่างไรให้เหมาะกับองค์กร

ฝ่าย HR ปรึกษาวิทยากรเลือกหลักสูตร Data Storytelling ให้เหมาะกับทีม

องค์กรที่มีทีมทำรายงานผู้บริหารเป็นประจำ เช่น ทีมการเงิน ทีมกลยุทธ์ หรือทีมขาย ควรเลือกหลักสูตรที่เน้นฝึกจากรายงานจริงของแผนกตัวเอง ส่วนองค์กรที่ต้องการปูพื้นฐานให้ทั้งบริษัทเข้าใจภาษาข้อมูลร่วมกัน อาจเริ่มจากหลักสูตรที่เน้นกรอบคิดกว้างก่อนแล้วค่อยลงลึกทีละแผนก

คำถามที่ควรถามวิทยากรก่อนตัดสินใจคือ หลักสูตรนี้ฝึกจากข้อมูลจริงของบริษัทเราหรือไม่ มีขั้นตอนเก็บตัวอย่างรายงานก่อนออกแบบเนื้อหาหรือเปล่า และวัดผลหลังจบคลาสด้วยอะไร ไม่ใช่ถามแค่ราคาต่อหัวอย่างเดียวนะคะ

ทำไมองค์กรถึงลงทุนอบรม Data Storytelling มากขึ้นทุกปี

ผู้บริหารฟังทีมนำเสนอข้อมูลหลังผ่านหลักสูตร Data Storytelling องค์กร

ยิ่งองค์กรเก็บข้อมูลได้มากขึ้น ยิ่งต้องการคนที่แปลข้อมูลให้ผู้บริหารเข้าใจได้เร็ว การประชุมที่ใช้เวลาอธิบายกราฟนานเกินไปมักจบด้วยการเลื่อนตัดสินใจออกไปอีกรอบ ทำให้เสียเวลาทั้งทีม

หลักสูตร Data Storytelling ที่ฝึกจริงจึงช่วยลดเวลาประชุมได้เห็นผลชัดเจน เพราะผู้เรียนจะเล่าข้อมูลแบบมีจุดจบที่ตัดสินใจได้ทันที แทนที่จะเล่าไปเรื่อยแล้วให้ผู้ฟังสรุปเอง ลองสังเกตดูนะคะ อยากรู้ว่าทีมของคุณกำลังเสียเวลาประชุมไปกับปัญหานี้อยู่หรือไม่ค่ะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหลักสูตร Data Storytelling สำหรับองค์กร

วิทยากรกำลังบรรยายและอธิบายเนื้อหาให้ผู้เข้าอบรมฟัง

หลักสูตร Data Storytelling ต่างจากหลักสูตร Data Visualization อย่างไร

Data Visualization เน้นสอนวิธีเลือกและออกแบบกราฟให้อ่านง่าย ส่วน Data Storytelling เน้นสอนวิธีจัดลำดับเรื่องราวจากข้อมูลให้ผู้ฟังตัดสินใจต่อได้ หลักสูตรที่ดีมักสอนควบคู่กันเพราะกราฟที่ดีต้องมาพร้อมเรื่องเล่าที่ชัดเจนด้วย

ทีมที่ไม่ถนัดตัวเลขจะเรียนหลักสูตรนี้ทันไหม

ทันแน่นอนค่ะ เพราะหลักสูตรเน้นฝึกโครงสร้างการเล่าเรื่องมากกว่าการคำนวณ ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องเก่งสถิติ แต่ต้องเข้าใจว่าข้อมูลชุดนั้นตอบคำถามอะไรให้ผู้ฟัง แล้วฝึกเรียบเรียงให้ตรงประเด็น

หลักสูตรนี้ใช้เวลากี่วันถึงเห็นผล

โดยทั่วไปหลักสูตร 1-2 วันเต็มเพียงพอสำหรับปูพื้นฐานกรอบ THINK TURN TELL และฝึก Workshop จากข้อมูลจริงของบริษัท ทีมที่ต้องการฝึกเชิงลึกทุกแผนกอาจใช้เวลาต่อเนื่องหลายรอบตลอดไตรมาส

THINK TURN TELL ใช้ได้กับการนำเสนอขายด้วยหรือไม่

ใช้ได้ เพราะกรอบนี้ออกแบบมาสำหรับการนำเสนอทุกรูปแบบที่ต้องใช้ข้อมูลประกอบ ไม่ว่าจะเป็นรายงานผู้บริหารหรือการนำเสนอขายลูกค้า หลักการคิดโครงสร้างก่อนพูดใช้ได้เหมือนกันทั้งสองกรณี

หลักสูตรอบรม Data Storytelling สำหรับองค์กรที่ดีต้องฝึกทั้งกรอบคิด THINK TURN TELL, Workshop จากข้อมูลจริง และการนำเสนอต่อหน้าผู้ฟังพร้อมฟีดแบ็ก ขาดส่วนใดส่วนหนึ่งทีมจะกลับไปเล่าข้อมูลแบบเดิมหลังจบคลาส เลือกหลักสูตรที่ครบทั้ง 3 ส่วนนี้ก่อนตัดสินใจเสมอนะคะ

Share your love